header.jpg
Home
Home Program Activities Advertising Contact Us

สังเวชนียสถาน อินเดีย 8 วัน
(ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน-ประสูติ)

กำหนดการเดินทาง

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 51 (1)
กรุงเทพฯ – คยา – พุทธคยา

09.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์สายการบินไทย บริเวณแถว D 7-12 (เข้าประตู 2) พบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
12.00 น. ออกเดินทางสู่คยา โดยเที่ยวบิน TG 8820
13.50 น. ถึง เมืองคยา แคว้นพิหาร / นำเข้าที่พักโรงแรม Royal Residency หรือเทียบเท่า
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ พุทธคยา

บ่าย

นำท่านนมัสการ มหาเจดีย์พระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ นมัสการ พระแท่นวัชรอาสน์ หรือพระที่นั่งเพชร ประดิษฐานอยู่ระหว่างต้นพระศรีมหาโพธิ์ กับวิหารพระเจดีย์มหาโพธิ์

จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม สัตตมหาสถาน อันหมายถึงมหาสถาน 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่แห่งละ 7 วัน หลังจากตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันได้แก่ สัปดาห์ที่ 1 โพธิบัลลังก์หรือรัตนบัลลังก์ สัปดาห์ที่ 2 อมินิสเจดีย์ สัปดาห์ที่ 3 รัตนจงกรมเจดีย์ สัปดาห์ที่ 4 รัตนฆรเจดีย์ สัปดาห์ที่ 5 ต้นอชปาลนิโครธเจดีย์ สัปดาห์ที่ 6 ต้นมุจลินทร์ สัปดาห์ที่ 7 ราชายตนะ กราบนมัสการ หลวงพ่อพุทธเมตตา ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระมหาเจดีย์

ค่ำ นำเข้าที่พัก / รับประทานอาหารค่ำ

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 51 (2)
พุทธคยา – ราชคฤห์ - นาลันทา - พุทธคยา

เช้า รับประทานอาหารเช้า
08.00 น.

นำท่านเดินทางสู่ เมือง นาลันทา
นำท่านขึ้น เขาคิชกูฏ นมัสการพระพุทธองค์บนยอดเขา กุฏิพระอานนท์ ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตร บรรลุพระอรหันต์ สถานที่พระเทวทัตกลิ้งหินใส่พระพุทธองค์

เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ วัดอัมพวัน ของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นซากอารามที่หมอชีวกโกมารภัจจ์ ถวายการรักษาพยาบาลพระพุทธองค์ ในคราวที่พระเทวทัตประทุษร้ายพระพุทธองค์ โดยการกลิ้งหินใส่พระองค์ ทำให้สะเก็ดหินกระเด็นถูกพระบาทจนห้อเลือด

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตโปทาราม บ่อน้ำร้อนสำหรับอาบกิน และดื่ม ซึ่งก็แบ่งไปตามวรรณะพราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร และจัณฑาล

แล้วนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวัน วัดพุทธศาสนาแห่งแรกของโลก
ที่พระเจ้าพิมพิสารสร้างถวายให้กับพระพุทธองค์ เป็นที่ประทับแห่งแรกแด่พระพุทธเจ้า และเหล่าพระสงฆ์สาวก และเป็นที่ชุมนุมของพระอรหันต์ 1,250 รูป ล้วน เป็นเอหิภิกขุ มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายในวันเพ็ญแห่งเดือนมาฆะ หรือที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต

ชม โอลนาลันทา ซากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก มีนักศึกษาที่เป็นพระภิกษุจำนวนหมื่น ถูกทำลายโดยชาวมุสลิม เหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง ปรากฏเป็นรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียด ในบริเวณอันกว้างขวาง ยังเป็นบ้านเกิดของพระโมคคัลน์ พระสารีบุตร ที่นี่ยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตรปรากฏอยู่ แล้วเดินทางกลับสู่พุทธคยา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ / นำเข้าที่พัก

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2551 (3)
พุทธคยา – พาราณสี

เช้า

รับประทานอาหารเช้า

นำท่านเดินทางสู่ เขาดงคสิริ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา (อาการที่กระทำได้ด้วยความยาก เพื่อให้หลุดพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บและตาย ตามแนวทางตบะในอุปนิษัทของพราหมณ์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ปัญวัคคีย์เชื่อ จึงคอยถวายอุปัฏฐากเป็นวัตรปฏิบัติ แต่ทางสายนี้ ไม่สามารถหลุดพ้นได้ดั่งที่คิดเชื่อ) ได้เวลานำท่านเดินทางกลับพุทธคยา

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย นำท่านชมบ้านของ นางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้าในตอนเช้าของวันที่ทรงตรัสรู้ ปัจจุบันยังสามารถเห็นซากเนินดินของบ้านนางสุชาดา ชมสถานที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานลอยถาดอธิษฐานริมแม่น้ำเนรัญชราว่า ถ้าจะได้ตรัสรู้ขอให้ถาดลอยทวนน้ำ ซึ่งถาดก็ลอยทวนกระแสน้ำดั่งคำอธิษฐาน จากนั้นพระพุทธเจ้าก็เสด็จข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งตรงข้าม ก่อนถึงต้นพระศรีมหาโพธิ์พบคนตัดหญ้าชื่อ โสตถิยะ ถวายฟ่อนหญ้ากุสะ 8 ฟ่อน ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงรับมาปูลาดเป็นที่ประทับใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ / นำเข้าที่พัก

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2551 (4)
พุทธคยา - พาราณสี

เช้า

รับประทานอาหารเช้า

ออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี เมืองที่คงสภาพดั้งเดิมกว่า 2,000 ปี เมืองนี้เรียกอีกชื่อว่า วาราณาสี (VARANASI) ตั้งอยู่ในแคว้นอุตตรประเทศ เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ตัวเมืองแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือย่านพาราณสีใหม่ และย่านเก่าซึ่งเป็นที่มาของเมือง วาราณสี เพราะมีแต่แม่น้ำ 2 สายที่ไหลผ่าน คือแม่น้ำ วรุณา (VARUNA) และแม่น้ำอัสสี (ASSI) เมื่อรวมชื่อกันแล้ว เกิดความหมายที่เป็นมงคลคือ ดวงประทีปแห่งชีวิต พาราณสี จึงเป็นเมืองที่สว่างไสวอยู่ตลอดเวลา (ประมาณ 250 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม.)

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

บ่าย นำเข้าที่พัก RAMADA PLAZA JHV HOTEL จากนั้นนำท่านชมเมืองพาราณสี เมืองที่ยังคงความเป็นอยู่ เหมือนครั้ง 4,000 ปี ที่ผ่านมา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2551 (5)
พาราณสี - กุสินารา

เช้า

รับประทานอาหารเช้า

ออกเดินทางต่อสู่ เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน (ระยะทาง 276 กม. ใช้เวลาประมาณ 7ชั่วโมง)

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

บ่าย

เดินทางถึง เมืองกุสินารา นำท่านเดินทางสู่ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ นมัสการพระมหาเจดีย์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกแบบด้วยพระองค์ และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เองมาสร้างและพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้มาบรรจุ ชมพระอุโบสถที่งดงามมาก

จากนั้นนำท่านนมัสการสถานที่ปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน ซึ่งมีต้นสาละปลูกเพื่อเป็นอนุสสติถึงพระพุทธองค์ นมัสการ มหาปรินิพพานสถูป ซึ่งมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงบาตรคว่ำสูงใหญ่ มีฉัตร 3 ชั้นตอนบนสุด เคยพังลงมาเมื่อปี 2506 ปัจจุบันได้บูรณะแล้ว ด้านหน้าเป็น มหาปรินิพพานวิหาร ภายในมี พระพุทธรูป ปางปรินิพพาน ฝีมือช่างชาวมถุรา อายุกว่า 1,900 ปี ที่งดงามยิ่ง โดยรอบยังปรากฏซากวัดวาอารามที่เคยเจริญรุ่งเรืองนับเป็นพันปี ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเสื่อมไปจากอินเดีย

จากนั้น นมัสการ มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ตั้งอยู่ห่างจากสาลวโนทยานประมาณ 1 กิโลเมตร

ค่ำ นำเข้าที่พัก / รับประทานอาหารค่ำ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2551 (6)
กุสินารา - ลุมพินี

เช้า

รับประทานอาหารเช้า

เดินทางสู่ เมืองลุมพินี (ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง) เดินทางถึงชายแดน อินเดีย-เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย

นำท่านชม สวนลุมพินีวัน สถานที่พระนางสิริมหามายา ได้ให้ประสูติกาลเจ้าชายสิตธัตถะกุมาร เมื่อวันศุกร์ เพ็ญเดือน 6 ปีจอ 80 ปีก่อนพุทธศักราช

นำท่านสู่ มายาเทวีวิหาร ชมภาพหินสลักโบราณรูปพระนางสิริมหามายาประสูติพระกุมาร พระพุทธรูปปางประสูติ และ รอยพระพุทธบาทน้อย ที่สันนิษฐานว่า พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงสลักไว้เป็นสัญลักษณ์ของสถานที่ประสูติอายุกว่า 2,300 ปี

ชม เสาอโศก ที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จมาทรงสร้างในปีที่ 20 หลังขึ้นครองราชย์พร้อมด้วยคำจารึกไว้เป็นหลักฐานว่า ณ ที่นี่ คือ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า และชม สระโบกขรณี ที่สรงน้ำพระนางสิริมหามายาและพระกุมาร

แล้วนำท่านชม วัดไทยลุมพินี ในความอุปถัมภ์ของรัฐบาลควบคุมการก่อสร้างโดยพระวิเทศโพธิคุณ

ค่ำ นำเข้าที่พัก / รับประทานอาหารค่ำ

วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2551 (7)
ลุมพินี - พาราณสี

เช้า

รับประทานอาหารเช้า

นำท่านเดินทางสู่ พาราณสี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง)

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง

บ่าย ออกเดินทางต่อ
ค่ำ ถึงเมืองพาราณสี นำเข้าที่พัก / รับประทานอาหารค่ำ

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2551 (8)
พาราณสี – กรุงเทพฯ

05.30 น.

นำคณะ ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ยาวเป็นอันดับ 2 รองจากแม่น้ำพรหมบุตร ที่มีความยาว 2,510 กิโลเมตร จากแหล่งต้นน้ำบนเทือกเขาหิมาลัย เป็นแม่น้ำที่ได้ชื่อว่าไหลสู่สรวงสวรรค์ เพราะเป็นแม่น้ำที่ไหลย้อนขึ้นทิศเหนือ และไหลทวนทิศกับแม่น้ำทั่วไป ชมวิถีชีวิตและกิจกรรมริมน้ำของคนอินเดีย ที่นับถือศาสนาฮินดู ตั้งแต่การซักผ้า อาบน้ำชำระร่างกาย การเผาศพ ซึ่งตลอดทั้งเมืองพาราณสีจะมีท่าน้ำที่เรียกว่า กัต (GHAT) อยู่ถึง 84 ท่า แต่ท่าที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มีอยู่เพียง 4 - 5 ท่าเท่านั้น คือ ท่าทศวเมธ เป็นท่าประกอบพิธีสำคัญ ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต ที่คนนิยมมาเผาศพ ท่าปัญจคงคา และ ท่าอสีสังคม ซึ่งมีมานานกว่า 4000 ปี แล้ว ส่วนฝั่งตะวันออก เรียกว่า ฝั่งนรกไม่มีบ้านเรือนของผู้คนอยู่อาศัยเลย สาเหตุเป็นเพราะเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมพื้นที่ทั้งหมด

นำท่านกลับโรงแรมที่พัก เพื่อรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อสู่ ตำบล สารนาถ หรือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งอยู่ในเขต เมืองพาราณสี

นำท่านเข้าชมสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาเป็นครั้งแรกที่เรียกว่า “ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร” หรือการหมุนวงล้อแห่งธรรมเข้าไปสู่มวลมนุษย์ และที่นี่ถือเป็นที่ที่พระรัตนตรัยเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์เป็นครั้งแรก สักการะ เจาคันธีสถูป สถานที่พระพุทธองค์ทรง ตามมาพบพระปัญจวัคคีย์หลังจากที่ตรัสรู้ได้ 2 เดือน แล้วนำท่านสักการะ ธัมเมกขะสถูป สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา นมัสการมูลคันธกุฎี กุฏิหลังแรกที่พระพุทธเจ้าจำพรรษาแรกหลังจากตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ยสเจดีย์สถาน สถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระยสะและ เสาหิน (หลักศิลาจารึก) ของพระเจ้าอโศกมหาราชที่อาจจะสูงราว 50 ฟุต ซึ่งหักลงมาเป็น 4 ท่อน ส่วนหัวเสาที่เป็นรูปสิงห์ 4 ตัว ได้ถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
16.30 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TG 8821
21.15 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น บี และ ซี)

อัตราค่าบริการ

  • พักห้องคู่ ท่านละ 62,000.- บาท
  • พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 17,000.- บาท

อัตรานี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร ไป-กลับ ตามรายการ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอินเดีย
  • ค่าภาษีสนามบินกรุงเทพฯ และต่างประเทศ
  • ค่าใช้จ่ายในต่างประเทศ ประกอบด้วย :-

    • ค่าที่พักในโรงแรมที่ได้เลือกสรรแล้ว ตลอดการเดินทาง
    • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
    • ค่าพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง
    • ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ
  • หัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าบริการในการจัดนำเที่ยว

ไม่รวม

  • ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น อาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ / ค่าซักรีด / ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่

ฝ่ายกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ F.M. 98.75 โทร 0 2636 6800-1, 0 2685 0516-7

สำรองที่นั่งผ่านอีเมลได้ที่ npgnmylove@hotmail.com

ชำระเงินโดย

  1. โอนเงินเข้าบัญชี นายปรัชญา ธัญญาดี ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำนักงานใหญ่สีลม บัญชี สะสมทรัพย์ เลขที่ 101-8-27804-2
    โอนเงินแล้วเขียน ชื่อ-นามสกุล – ที่อยู่ – เบอร์โทรศัพท์ ลงในใบ Pay in แล้ว Fax มาที่ 0 2231 5664
  2. ชำระเงินสดได้ที่ บริษัทตรีนิตี้ เรดิโอ จำกัด สีลม ซอย 5 สุดซอยละลายทรัพย์

หมายเหตุ:

  1. ราคาและรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ฯลฯ ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและทางการเมือง
  2. ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการยื่นขอวีซ่าและตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่กงสุลไม่อนุมัติวีซ่าเข้าประเทศ
ปราสาทสระกำแพงใหญ่
Home | Program | Activities | Advertising | Contact Us
Copyright © 2008 Trinity Radio LTD. All rights reserved.